วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2555

กฎหมายที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ


ด้วยความก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทำให้มีการพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์สำนักงาน อัตโนมัติ ตลอดจนเครื่องมือสื่อสารเพื่อการประกอบกิจการงานและการทำธุรกรรมต่าง ๆ โดยเทคโนโลยีเอื้อประโยชน์ ต่อการทำงานด้านต่าง ๆ ทำให้มีผู้ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศมากขึ้นเรื่อย ๆ การมีกฎหมายจะทำให้เกิดความน่าเชื่อถือ และความเชื่อมั่นในการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce E-Business) โดย ที่นานาชาติที่พัฒนาแล้วต่างพัฒนากฎหมายของตนเอง โดยเน้นความเป็นสากลที่จะติดต่อค้าขายระหว่างกัน ด้วยเหตุนี้ ประเทศไทยก็จำเป็นที่จะต้องออกกฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศเช่นกัน
หากพิจารณาการเปลี่ยนแปลงของสถานการทำงานขององค์กรทั่วไป ทุกองค์กรกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสารสนเทศ มีความพยายามที่จะลดการใช้กระดาษเอกสาร หันมาใช้ข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์แทน และนำมาแลกเปลี่ยน (EDI) กันได้ง่าย ขณะเดียวกันการดำเนินการทางธุรกิจ เช่น การฝากถอนเงินอัตโนมัติ การทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และ การติดต่อสื่อสารแบบไร้พรมแดน มีการซื้อขายสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ตมากขึ้น มีการบริหารรายการย่อยขององค์กร ผ่านทางเครือข่าย มีการทำงานระบบออนไลน์ ที่สามารถเปิดบริการการทำงานได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง
ประเทศไทยกับการพัฒนากฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศ
            กฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศของประเทศไทยเริ่มวันที่ 15 ธันวาคม 2541 โดยคณะ กรรมการเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งชาติเรียก (กทสช) ได้ทำการศึกษาและยกร่างกฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศ 6 ฉบับ ได้แก่
       1. กฎหมายเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Transactions Law)
 เพื่อรับรองสถานะทางกฎหมายของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ให้เสมอด้วยกระดาษ อันเป็นการรองรับนิติสัมพันธ์ต่าง ๆ ซึ่งแต่เดิมอาจจะจัดทำขึ้นในรูปแบบของหนังสือให้เท่าเทียมกับนิติสัมพันธ์ รูปแบบใหม่ที่จัดทำขึ้นให้อยู่ในรูปแบบของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ รวมตลอดทั้งการลงลายมือชื่อในข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ และการรับฟังพยานหลักฐานที่อยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์
    2. กฎหมายเกี่ยวกับลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Signatures Law)เพื่อรับรองการใช้ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ด้วยกระบวนการใด ๆ ทางเทคโนโลยีให้เสมอด้วยการลงลายมือชื่ธรรมดา อันส่งผลต่อความเชื่อมั่นมากขึ้นในการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และกำหนดให้มีการกำกับดูแลการให้บริการ เกี่ยวกับลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ตลอดจนการให้ บริการอื่น ที่เกี่ยวข้องกับลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์
   3. กฎหมายเกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศให้ทั่วถึง และเท่าเทียมกัน (National Information Infrastructure Law)เพื่อก่อให้เกิดการส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศ อันได้แก่ โครงข่ายโทรคมนาคม เทคโนโลยีสารสนเทศ สารสนเทศทรัพยากรมนุษย์ และโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศสำคัญอื่น ๆ อันเป็นปัจจัยพื้นฐาน สำคัญในการพัฒนาสังคม และชุมชนโดยอาศัยกลไกของรัฐ ซึ่งรองรับเจตนารมณ์สำคัญประการหนึ่งของแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 78 ในการกระจายสารสนเทศให้ทั่วถึง และเท่าเทียมกัน และนับเป็นกลไกสำคัญในการช่วยลดความเหลื่อมล้ำของสังคมอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อสนับสนุนให้ท้องถิ่นมีศักยภาพในการปกครองตนเองพัฒนาเศรษฐกิจภายในชุมชน และนำไปสู่สังคมแห่งปัญญา
 และการเรียนรู้
     4. กฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Law)
เพื่อก่อให้เกิดการรับรองสิทธิและให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งอาจถูกประมวลผล เปิดเผยหรือเผยแพร่ถึงบุคคลจำนวนมากได้ในระยะเวลาอันรวดเร็วโดยอาศัยพัฒนาการทางเทคโนโลยี จนอาจก่อให้เกิดการนำข้อมูลนั้นไปใช้ในทางมิชอบอันเป็นการละเมิดต่อเจ้าของข้อมูล ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงการรักษาดุลยภาพระหว่างสิทธิขั้นพื้นฐานในความเป็นส่วนตัว เสรีภาพในการติดต่อสื่อสาร และความมั่นคงของรัฐ
   5. กฎหมายเกี่ยวกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (Computer Crime Law)
 เพื่อกำหนดมาตรการทางอาญาในการลงโทษผู้กระทำผิดต่อระบบการทำงานของคอมพิวเตอร์ ระบบข้อมูล และระบบเครือข่าย  ทั้งนี้เพื่อเป็นหลักประกันสิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองการอยู่ร่วมกันของสังคม
    6. กฎหมายเกี่ยวกับการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์  
    (Electronic Funds Transfer Law)              

เพื่อกำหนดกลไกสำคัญทางกฎหมายในการรองรับระบบการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งที่เป็นการโอนเงินระหว่างสถาบันการเงิน และระบบการชำระเงินรูปแบบใหม่ในรูปของเงินอิเล็กทรอนิกส์ก่อให้เกิดความเชื่อมั่นต่อระบบการทำธุรกรรมทางการเงิน และการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์มากยิ่งขึ้น
 ที่มา:http://www.kmitl.ac.th

วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ปฏิทินการรับสมัครบุคคลเข้าศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ประจำปีการศึกษา 2556


   ปฏิทินการดำเนินงาน      การรับสมัครบุคคลเข้าศึกษา  มมส 56


1 สิงหาคม – 31 สิงหาคม 2555

- รับสมัครคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรี ระบบรับตรง ประจำปีการศึกษา 2556 ผ่านอินเตอร์เน็ตเว็บไซต์ http://www.msu.ac.th/  หรือ http://www.acad.msu.ac.th/

14 – 16 พฤศจิกายน 2555

- ตรวจสอบรายชื่อผู้สมัครและขอแก้ไขข้อมูลผู้สมัครคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรี ระบบรับตรง ผ่านอินเตอร์เน็ตเว็บไซต์  http://www.msu.ac.th/   หรือ  http://www.acad.msu.ac.th/  ทั้งนี้ ผู้สมัครไม่สามารถขอแก้ไขสาขาวิชาที่สมัครได้

20 พฤศจิกายน 2555

- ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าทดสอบความสามารถ ประเภทโควตาส่งเสริมเยาวชนดีเด่นด้านกีฬา และประเภทโควตาส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ประจำปีการศึกษา 2556                     ผ่านอินเตอร์เน็ตเว็บไซต์http://www.msu.ac.th/  หรือ http://www.acad.msu.ac.th/

24 พฤศจิกายน 2555

- ทดสอบความสามารถด้านกีฬา


25 พฤศจิกายน 2554

- ทดสอบความสามารถด้านศิลปวัฒนธรรม

30 พฤศจิกายน 2555

- ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์ ระบบรับตรง ประเภทโควตารับตรงทั่วประเทศ ประจำปีการศึกษา 2555 ผ่านอินเตอร์เน็ตเว็บไซต์  http://www.msu.ac.th/  หรือ  http://www.acad.msu.ac.th/
- ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าศึกษาในระดับปริญญาตรี ประเภทโควตาส่งเสริมเยาวชนดีเด่นด้านกีฬา และประเภทโควตาส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ประจำปีการศึกษา 2556
6 ธันวาคม 2555
- สอบสัมภาษณ์ ระบบรับตรง ประเภทโควตารับตรงทั่วประเทศ
14 ธันวาคม 2555
- ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าศึกษาในระดับปริญญาตรี ระบบรับตรง ประเภทโควตา         รับตรงทั่วประเทศ ประจำปีการศึกษา 2556 ผ่านอินเตอร์เน็ต http://www.msu.ac.th/  หรือ  http://www.acad.msu.ac.th/

หมายเหตุ : ปฏิทินการดำเนินงานคัดเลือกอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม
สถานที่ติดต่อ :   กองบริการการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
อาคารบรมราชกุมารี ชั้น 2

ตำบลขามเรียง อำเภอกันทรวิชัย

จังหวัดมหาสารคาม 44150



หมายเลขโทรศัทพ์ : 043-754377

อัตโนมัติ : 043-754333 ต่อ 1322, 1329, 1354

หมายเลขโทรสาร : 043-754377

เว็บไซต์ : http://www.acad.msu.ac.th/

ที่มา : http://www.tlcthai.com